บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
รายงานเรื่อง
การศึกษาวัฒนธรรมประเพณีในจังหวัดอุทัยธานี
ผู้จัดทำได้มีการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องดังนี้
ความหมายของวัฒนธรรมประเพณี
ศิลปะ
วัฒนธรรม ประเพณีสถานที่สำคัญแหล่งท่องเที่ยวความหมายของวัฒนธรรมประเพณีมีผู้ให้คำจำกัดความของคำว่า
"วัฒนธรรม" ไว้มากมาย
แต่เมื่อพิจารณาถึงสาระสำคัญแล้ว สรุปได้ว่า "วัฒนธรรม" หมายถึง
"แบบอย่างหรือวิถีการดำเนินชีวิตของชุมชนแต่ละกลุ่ม เป็นตัวกำหนดพฤติกรรมการอยู่ร่วม
กันอย่างปกติสุขในสังคม" วัฒนธรรมแต่ละสังคมจะแตกต่างกัน
ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ และทรัพยากร ต่างๆ
ลักษณะอีกประการหนึ่งของวัฒนธรรมคือ เป็นการสั่งสมความคิด ความเชื่อ วิธีการ
จากสังคมรุ่นก่อน ๆ มีการเรียนรู้ และสามารถถ่ายทอดไปยังรุ่นต่อๆ ไปได้ วัฒนธรรมใดที่มีรูปแบบ
หรือแนวความคิดที่ไม่เหมาะสม ก็อาจจะเลือนหายไปวัฒนธรรม
เป็นสิ่งที่แสดงความเป็นชาติให้ปรากฏชัดเจนขึ้น
ประเทศไทยมีวัฒนธรรมที่โดดเด่นทำให้คนไทย แตกต่างจากชาติอื่น ๆ
มีเอกลักษณ์ประจำชาติที่เห็นได้จากภาษาที่ใช้ อุปนิสัยใจคอ
ความรู้สึกนึกคิดตลอดจนการ แสดงออกที่นุ่มนวล
อันมีผลมาจากสังคมไทยที่เป็นสังคมแบบประเพณีนำ และเป็นสังคมเกษตรกรรม เนื่องจาก
ประชากรส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่ในชนบท สภาพของสิ่งแวดล้อมที่ดี
กล่อมเกลาจิตใจมีความโอบอ้อมอารี มีน้ำใจเอื้อเฟื้อ เกื้อกูลซึ่งกันและกันตลอดมา
ประเพณี
คือ ความประพฤติที่สืบต่อกันมาจนเป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่ในหมู่คณะ
เป็นนิสัยสังคม ซึ่ง เกิดขึ้นจากการที่ต้องเอาอย่างบุคคลอื่น ๆ ที่อยู่รอบ ๆ ตน
หากจะกล่าวถึงประเพณีไทยก็หมายถึง นิสัยสังคม
ของคนไทยซึ่งได้รับมรดกตกทอดมาแต่ดั้งเดิมและมองเห็นได้ในทุกภาคของไทย ประเพณี
เป็นเรื่องของความประพฤติของกลุ่มชน ยึดถือเป็นแบบแผนสืบต่อกันมานาน
ถ้าใครประพฤตินอก แบบ ถือเป็นการผิดประเพณี
เป็นการแสดงถึงเอกลักษณ์ของชาติอีกอย่างหนึ่ง โดยเนื้อหาสาระแล้ว ประเพณี
กับวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่กลุ่มชนในสังคมร่วมกันสร้างขึ้น
แต่ประเพณีเป็นวัฒนธรรมที่มีเงื่อนไขที่ค่อนข้าง ชัดเจน
กล่าวคือเป็นสิ่งที่สังคมสร้างขึ้นเป็นมรดก คนรุ่นหลังจะต้องรับไว้
และปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป รวมทั้งมีการเผยแพร่แก่คนในสังคมอื่น ๆ
ศิลปะ
วัฒนธรรม ประเพณี
1.การละเล่นของชาวกะเหรี่ยง
อำเภอบ้านไร่
ยังคงรักษาประเพณีเดิมไว้ มีเต้นรำเชอโฮเตตามจังหวะ การร้องเพลงกล่อมลูก ประเพณีการแต่งงานและการหย่าร้าง การนับถือผี
งานบุญเจ้าวัด และการทอผ้าพื้นเมือง
2.
งานประจำปีวัดหนองขุนชาติ
ในวันขึ้น
12 ค่ำ - วันแรม 5 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปีอำเภอหนองฉาง โดยจัดให้มีงานในวันขึ้น 12
ค่ำ - วันแรม 5 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี เดิมเป็นงานนมัสการพระพุทธบาทจำลอง
ต่อมาการจัดงานได้รับความนิยมมาก
3. การละเล่นพื้นเมืองที่บ้านท่าโพ
ระหว่างวันที่
13-14 เมษายน อำเภอหนองขาหย่าง จัดขึ้นในเทศกาลตรุษสงกรานต์ คือระหว่างวันที่ 13-14
เมษายน โดยชาวบ้านในหมู่บ้านท่าโพและหมู่บ้านพันสี
จะมาร่วมกันจัดการละเล่นพื้นเมืองขึ้นที่วัดท่าโพ
งานไหว้พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์
ที่วัดสังกัสรัตนคีรี ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมือง จัดขึ้นในวันขึ้น 3-8 ค่ำ เดือน 4
เป็นงานประเพณีไหว้พระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัด อุทัยธานี
ซึ่งเดิมนั้นเป็นเพียงงานนมัสการปิดทอง พระพุทธบาท จำลองบนยอดเขาสะแกกรังเท่านั้น
ต่อมามีพุทธศาสนิกชนมาไหว้ พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ และขึ้นยอดเขา
เพื่อปิดทองพระพุทธบาทจำลองมากขึ้น จึงได้จัดงานในคราวเดียวกัน
4.
งานตักบาตรเทโว วัดสังกัสรัตคีรี ถือเป็นประเพณีสำคัญในวันออกพรรษาของชาวอุทัยธานี
ซึ่งจะจัดขึ้น ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 พระสงฆ์ประมาณ 200-300 รูป
จะเดินลงบันไดจากยอดเขาสะแกกรัง นำด้วยพระพุทธรูปปางเสด็จจากดาวดึงส์
ลงมารับบิณฑบาตข้าวสารจากพุทธศาสนิกชนที่ลานวัด โดยสมมติมณฑปบนยอดเขาสะแกกรัง เป็น
"สิริมหามายากูฏคาร" ที่พระพุทธเจ้าทรงเทศน์โปรดมารดา
แล้วเสด็จกลับสู่โลกมนุษย์ ลงบันได 339 ขั้น ซึ่งถือเป็นบันไดแก้วสู่กัสนคร
คือบริเวณวัดสังกัสรัตนคีรี
สถานที่สำคัญแหล่งท่องเที่ยว
1.เขาสะแกกรัง
จากบริเวณลานวัดสังกัสรัตนคีรีมีบันไดขึ้นไปสู่ยอดเขาสะแกกรัง เป็นที่ตั้งของมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง
ซึ่งย้ายมาจากวัดจันทาราม สร้างเมื่อ พ.ศ. 2448
ด้านหน้ามีระฆังใบใหญ่ที่พระปลัดใจและชาวอุทัยธานีร่วมกันสร้างเมื่อ พ.ศ. 2443
ถือกันว่าเป็นระฆังศักดิ์สิทธิ์
ใครที่ไปเที่ยวอุทัยธานีแล้ว ไม่ได้ขึ้นไปตีระฆังใบนี้ก็เท่ากับไม่ได้ไปเที่ยวอุทัยธานี
ใกล้กับมณฑปบนยอดเขาสะแกกรัง มีพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกนาถ
แห่งรัชกาลที่ 1 ซึ่งมีพระนามเดิมว่านายทองดี รับราชการตำแหน่งพระอักษรสุนทรศาสตร์
เสมียนตรากรมมหาดไทย และต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นเจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์
ครั้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
ได้สถาปนาพระอัฐิพระบิดาเป็นสมเด็จพระชนกาธิบดี เมื่อปี พ.ศ. 2338
พระบรมรูปของสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกนาถ
เป็นรูปหล่อขนาดสองเท่าขององค์จริงประทับนั่งบนแท่นพระหัตถ์ซ้ายถือดาบประจำตำแหน่งเจ้าพระยาจักรี
ทั้งฝักวางบนพระเพลาซ้าย และทรงวางพระหัตถ์ขวาบนพระเพลาขวา
ด้านขวามือมีพานวางพระมาลาเส้าสูง ไม่มียี่ก่า (ขนนก)
สวมพระบาทด้วยรองเท้าแตะไม่หุ้มส้นพระบาท
มีพิธีถวายสักการะพระราชานุสาวรีย์แห่งนี้ ในวันที่ 6 เมษายน ของทุกปี
ซึ่งตรงกับช่วงที่ดอกสุพรรณิการ์ หรือฝ้ายคำ ดอกไม้ประจำจังหวัดอุทัยธานีบานสะพรั่งอยู่ทั่วไปบนเขาสะแกกรัง
เลยพระราชานุสาวรีย์ไปทางป่าหลังเขาประมาณ 200 เมตร จะพบหมุดแผนที่โลก
ซึ่งใช้ในการสำรวจแผนที่ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475
วัดมณีสถิตย์กปิฏฐาราม
ตั้งอยู่ที่ถนนสุนทรสถิตย์หลังสวนสุขภาพ สร้างในสมัยรัตนโกสินทร์
ชาวเมืองเรียกกันว่าวัดทุ่งแก้ว ในวัดนี้มีพระปรางค์ใหญ่อยู่องค์หนึ่ง ฐานกว้าง 8
เมตรสูง 16 เมตร ลักษณะเป็นปรางค์ห้ายอด สร้างเมื่อ พ.ศ. 2452
ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และเป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อแย้มผู้สร้างวัดนี้
เกาะเทโพ
เดิมเป็นแหลมยื่นออกมาคั่นระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำสะแกกรัง
แม่น้ำทั้งสองสายจะมาบรรจบกันทางทิศใต้ของแหลม
และมีการขุดคลองเชื่อมทางเหนือในภายหลัง
เพื่อให้แม่น้ำเจ้าพระยามาหนุนแม่น้ำสะแกกรังในยามน้ำแล้ง
แหลมนี้จึงกลายเป็นเกาะเทโพ หลังจากข้ามสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างตลาดสดเทศบาลและวัดอุโบสถาราม
ซึ่งไม่ยาวนัก บรรยากาศสองข้างจะเป็นป่าไผ่ ไร่ข้าวโพด
และทุ่งนาให้บรรยากาศที่สงบร่มรื่น ชาวบ้านที่นี่ทำสวนส้มโอ มีทั้งพันธุ์มโนรมย์
และขาวแตงกวา และยังปลูกมะไฟด้วย
2.วัดสังกัสรัตนคีรีตั้งอยู่เชิงเขาสะแกกรัง
ในเขตเทศบาลเมือง ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์
ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอุทัยธานี
มีประวัติว่าในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ
ให้นำพระพุทธรูปขนาดย่อมที่ชำรุดไปไว้ตามหัวเมืองต่างๆ สำหรับเมืองอุทัยธานีได้รับ
3 องค์ โดยอัญเชิญลงแพมาขึ้นฝั่งที่ท่าพระ (ตรงข้ามศาลาประชาคมจังหวัดอุทัยธานี)
แล้วนำมาประดิษฐานไว้ที่วัดขวิด
พระพุทธรูปองค์หนึ่งมีขนาดใหญ่เป็นพระเนื้อสำริดปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 3 ศอก
สร้างในสมัยพระเจ้าลิไท ฝีมือช่างสุโขทัยยุค 2
มีส่วนเศียรกับส่วนองค์พระเป็นคนละองค์ เข้าใจว่าคงซ่อมเป็นองค์เดียวกันก่อนนำมาไว้ที่เมืองอุทัยธานี
ต่อมาเมื่อยุบวัดขวิดไปรวมกับวัดทุ่งแก้ว
จึงได้ย้ายพระพุทธรูปองค์นี้ไปไว้ที่วัดสังกัสรัตนคีรี ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองไป
1 กิโลเมตร และได้ทำพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในพระเศียร พร้อมกับถวายนามว่า พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์
3.วัดอุโบสถาราม
เดิมชื่อวัดโบสถ์มโนรมย์ ชาวบ้านเรียกว่าวัดโบสถ์
เป็นวัดเก่าแก่อยู่ริมลำน้ำสะแกกรังในเขตเทศบาลเมือง จากตลาดสดเทศบาล
มีสะพานข้ามแม่น้ำไปยังวัดอุโบสถาราม ซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำ
สิ่งที่น่าสนใจในวัดได้แก่ จิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์และวิหาร
เป็นภาพเขียนสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
ในโบสถ์เป็นภาพเกี่ยวกับพุทธประวัติเริ่มตั้งแต่ประสูติจนถึงปรินิพพานฝีมือประณีตมาก
ส่วนในวิหารเขียนเป็นภาพพระพุทธเจ้า เสด็จโปรดเทพยดาบนสวรรค์และภาพปลงสังขาร
ด้านบนฝาผนังเป็นพระสงฆ์สาวกชุมนุมสลับกับพัดยศเหมือนจะไหว้พระประธานในวิหาร
ฝาผนังด้านนอกหน้าวิหารมีภาพถวายพระเพลิงศพพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและภาพชีวิตชาวบ้านที่เกี่ยวกับพุทธศาสนาเป็นพระแสงดาบที่จังหวัดอุทัยธานีได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ครั้งเสด็จพระราชดำเนินประพาสหัวเมืองฝ่ายเหนือถึงเมืองอุทัยธานี เมื่อ พ.ศ. 2449
พระแสงดาบนี้พระราชทานแก่จังหวัดอุทัยธานีเป็นลำดับที่ 3 (อันดับ 1 เมืองอยุธยา
อันดับ 2 เมืองชัยนาท)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น